รัฐบาลต่างๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พยายามแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งการทหารนำหน้าการเมือง คือเพิ่มงบประมาณและจำนวนเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง เพื่อควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบ หรือวิธีการเมืองนำการทหาร คือการเน้นทำความเข้าใจกับบุคคลในพื้นที่ สนับสนุนกิจกรรมของทั้งชาวไทยพุทธ และ ไทยมุสลิม แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีการแบบใด ดูเหมือนปัญหากลับยิ่งรุนแรงมากขึ้น และไม่มีแนวโน้มว่าจะสงบลงได้เลย
ส่วน หนึ่งเป็นผลมาจากกลยุทธ์การต่อสู้ของผู้ต้องการแบ่งแยกดินแดน ที่เน้นการสร้างความรู้ทางด้านลบให้กับชาวมุสลิมต่อต้านและเกลียดชังคนไทย สร้างความเข้าใจที่ผิดในด้านการศาสนาและชาติพันธ์นิยม
เรื่องชาติ พันธ์นิยมถูกปลุกกระแสโดยกลุ่มหัวรุนแรงบางกลุ่ม เพื่อทำให้ชาวมุสลิมเข้าใจว่าตนเองไม่มีความเกี่ยวข้องกับประเทศไทย ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของดินแดนไทย ด้วยข้อมูลทางชาติพันธ์ศาสตร์ย้อนหลังไปตั้งแต่การตั้งถิ่นฐานบนคาบสมุทร มลายู อ้างว่าชาติพันธ์มลายูอาศัยอยู่บนผืนดินบริเวณนี้มาก่อนการเข้ามารุกรานของ ชาติพันธ์ไทและสยาม ดังนั้นสยามจึงเป็นผู้รุกรานที่จะต้องขับไล่ออกไปจากพื้นที่
แน่นอน ว่ามันเป็นความจริงทางด้านประวัติศาสตร์และการก่อกำเนิดของมนุษย์ ที่มีชาติพันธ์ ผิวสี ศาสนา อันแตกต่างกัน แต่มันจะเป็นประเด็นที่ชอบธรรมหรือเปล่า หากใช้เรื่องแบบนี้มาตัดสินการดำรงชีวิตของบุคคลในชาติเดียวกัน จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องใช้ประเด็นนี้แบ่งแยกผู้คนและสังคมอันหลากหลายให้แตก ออกไปจากกัน...
...และมันถูกต้องตามหลักการของศาสนาอิสลามแล้วหรือ ที่จะต้องแบ่งแยกชาติพันธ์ให้คนเกลียดชังกัน...
ลองค้นหาข้อมูลเหล่านี้ทางอินเทอร์เน็ต ก็ได้พบความจริงข้อหนึ่งว่า ในหลักคำสอนของศาสนาอิสลามนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้สอนให้คนเกลียดชังชาติพันธ์ที่แตกต่างกันเลย แต่กลับให้การยอมรับว่าเป็นความแตกต่างที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นเพื่อให้ มนุษย์ที่ต่างชาติพันธ์ ต่างศาสนา ได้ทำความรู้จักซึ่งกันและกันต่างหาก... โดยระบุไว้ในพระคัมภีร์อัลกุรอานในบท อัลฮุญรอตที่ 13 ดังนี้ “โอ้ มวลมนุษยชาติ แน่แท้เราได้บังเกิดสูเจ้าทั้งหลายจากเพศชายและเพศหญิง และเราได้บันดาลให้สูเจ้าทั้งหลายเป็นชาติพันธุ์ต่างๆ และเป็นก๊กเป็นเหล่า ทั้งนี้เพื่อที่สูเจ้าทั้งหลาย จักได้ทำความรู้จักซึ่งกันและกัน” เมื่อพบเจอความจริงข้อนี้แล้ว ก็ทำให้เข้าใจสถานการณ์ได้อย่างถ่องแท้เลยว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ไม่ได้บิดเบือนเพียงแค่ข่าวสารในพื้นที่ แต่ยังคงเป็นผู้ที่ทำลายหลักการของศาสนาของตนเองเสียอีกด้วย แล้วแบบนี้จะกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของรัฐบาลไทยได้โดยชอบธรรมอย่างไรกัน เล่า
"ปักษ์ใต้"