ความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลไทยกับกลุ่ม BRN นำโดยนายฮัสซัน ตอยิบ ยังคงเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายติดตาม จากคำกล่าวของ เลขา สมช.พลโท ภราดร เมื่อ 5 พ.ย. ว่าทั้งมาเลเซียและไทยมีความเห็นพ้องว่าการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน รัฐบาลมีการแบ่งการแก้ปัญหาเป็น 3 วง คือ เอกภาพภายในรัฐไทย ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน และความสัมพันธ์กับโลกมุสลิม การพูดคุยครั้งแรกมีความเห็นตรงกันที่จะลดความรุนแรงก่อน จึงนำมาสู่ข้อเรียกร้อง 5 ข้อ โดยทั้งสองฝ่ายต่างเข้าใจตรงกันว่าข้อเรียกร้องใดๆต้องไม่ขัดรัฐธรรมนูญและไม่แบ่งแยกดินแดน หรือ การปกครองตนเองในเงื่อนไขที่แตกต่างออกไปมากจนเกินกว่าเหตุ ผู้เห็นต่างจากรัฐหรือโจรใต้
ทั้งนี้ กลุ่ม BRN คือกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด ฮัสซัน ตอยิบ คือผู้ที่เป็นตัวแทนของเสียงส่วนมากและในการเจรจาครั้งต่อไป จะประสานดึงกลุ่มอื่นๆ เข้าร่วมพูดคุยด้วย เป็นที่น่าสังเกตว่า พลโท ภราดร ใช้เรียกกลุ่มแบ่งแยกดินแดนว่า “ผู้เห็นต่างจากรัฐ และ “ขบวนการ BRN โดยไม่มีการใช้คำว่า “โจรใต้” หรือ “ผู้แบ่งแยกดินแดน” ดังที่สื่อกระแสหลักและ รัฐไทยในอดีต เคยใช้ นับเป็นการเผยให้เห็นถึงท่าทีและทัศนคติที่เป็นบวกในขบวนการ
อย่างไรก็ตาม ผู้ก่อเหตุ ยังคงสร้างสถานการณ์รุนแรง ทั้งวางระเบิดลอบฆ่า รายวัน ดังนั้นไม่ว่าจะเรียกพวกผู้ก่อเหตุร้ายว่าอะไร สำหรับประชาชนผู้บริสุทธิ์ ยังคงรู้สึกว่า พฤติกรรมเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ และ จนท.รัฐ รายวัน แสดงถึงความคิดรุนแรง สุดโต่ง ละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งตราบใดที่พวกกลุ่มเหล่านี้ ไม่หยุดการกระทำเหล่านี้ พวกเขาก็ยังคงเป็นโจรใต้ในความรู้สึกนึกคิดของประชาชนผู้บริสุทธิ์เหมือนที่ผ่านมา
































