วันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2556

กลุ่มแนวร่วมโจรใต้ ไม่ต้องการเห็น พื้นที่ จชต.สงบ ใช่หรือไม่?

เหตุการณ์โจรใต้สร้างสถานการณ์ความรุนแรง ฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ หรือ เจ้าหน้าที่ของรัฐ เหตุการณ์เหล่านี้มักมีกลุ่มนักศึกษาบางกลุ่มออกมาบอกว่า "มันเป็นพื้นที่การต่อสู้ มันเป็นเรื่องปกติที่ต้องมีคนตาย" ถ้าคิดเช่นนั้นจริง พวกกลุ่มนักศึกษาบางกลุ่มก็ไม่ควรออกมาประท้วงหรือคัดค้าน นโยบายดูแลพื้นที่ จชต. หรือการปฏิบัติการของจนท.ภาครัฐ โดยเฉพาะการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่สุ่มเสี่ยง

เพราะว่ามันคงเป็นเรื่องปกติที่ รัฐจะคง พ.ร.ก. ในสภาวะที่รู้กันดีว่ามันเป็นพื้นที่ที่บางกลุ่มต้องการสร้างความรุนแรง โดยไม่เลือกเป้าหมาย หากรัฐใช้ กม.ปกติ คงไม่สามารถดูแลประชาชนและพื้นที่เปราะบางเหล่านี้ได้อย่างดีแน่นอน เพราะว่าโจรไม่เลือกเป้าหมาย ไม่แจ้งเตือนล่วงหน้า ว่าจะก่อเหตุที่ใหน และยังลอบทำร้าย ประชาชนและ จนท.อยู่ตลอดเวลา ดังนั้น การใช้มาตรการที่เหนือกว่า สถานการณ์ปกติมันก็น่าจะเหมาะสมกันดีแล้วมิใช่หรือ
การจับกุมผู้ต้องสงสัย ที่มักถูกนักศึกษาบางกลุ่มออกมาประท้วง โดยเห็นว่า จนท.รัฐ ละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยอ้างว่ายังไม่มีหลักฐานว่าบุคคลเหล่านั้นกระทำผิดอย่างไร แล้วพวกเหล่านี้ต้องการให้กลุ่มไม่หวังดีต่างๆ กระทำผิดก่อนแล้วให้ จนท. รัฐออกมาจับกุมหรืออย่างไร แล้วพวกคุณก็จะกล่าวหาว่า จนท.รัฐไม่สามารถดูแลพื้นที่ จชต.ได้ใช่หรือไม่ คุณก็เป็นเพียงพวกแนวร่วมโจรใต้ที่บิดเบือนการทำงานของ จนท.เพื่อมิให้ปกป้องประชาชนและพื้นที่ จชต.ให้เกิดความสงบสุข เท่านั้นเอง

โดย ไลลา

เดือนรอมฎอม ความหวังลดละเลิกบาปกับทุกศาสนา

ชาวมุสลิมที่ดี เชื่อว่า ตามที่พระเจ้าได้บอกว่าต้องถือศีลทำความดีให้มาก เพราะเดือนรอมฎอนเป็นเดือนแห่งความศรัทธา ใครที่ทำบาปกรรมไว้มาก เดือนนี้ถือเป็นเดือนแห่งการสำนึกผิด และคนมุสลิมมีความเชื่อว่าสิบวันสุดท้ายของเดือนรอมฎอนจะมีคืนหนึ่งที่พระเจ้าประทานพรแก่คนที่ทำบาปแล้วสำนึกผิด จะกลับมาเป็นคนดี"
แต่เดือนนี้จะสงบสันติหรือไม่ คงไม่มีใครสามารถตอบได้ เพราะสำหรับในจชต.แล้ว เดือนนี้อาจจะต้องมีเหตุไม่สงบกว่าเดิม เพราะความเชื่อของกลุ่มขบวนการหัวรุนแรง เชื่อว่าก่อเหตุช่วงนี้ได้บุญมาก เชื่อว่าเป็นเดือนแห่งความศักดิ์สิทธิ์ หากดำเนินการตามที่พระเจ้าต้องการ พระเจ้าจะประทานพรแก่เขา

ส่วนแนวโน้มล่าสุด ภาครัฐกับ กลุ่มบีอาร์เอ็น เห็นด้วยที่จะลดความรุนแรงช่วงเดือนรอมฎอม ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของสังคมโดยรวม ปรากฏว่า ดีฟเซ้าท์โพลรอบ 2 เผยประชาชน อยากให้ลดความรุนแรงมากที่สุด โดยเฉพาะเสียงเรียกร้องจากตัวแทนผู้หญิงมุสลิม นางปาตีเมาะ เปาะอิแตดาโอะ นายกสมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ วิงวอนถึงผู้ก่อเหตุความไม่สงบว่า ควรจะหยุดสร้างสถานการณ์ในช่วงเดือนรอมฎอนโดยเฉพาะในเด็กและสตรี เพราะเดือนนี้เป็นเดือนแห่งการทำความดี ควรละเว้นการสร้างบาปกับทุกๆ ศาสนา

โดย อามีน

วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2556

สันติภาพและขันติธรรม

น่าเศร้าใจที่เหตุการณ์ความรุนแรงใน จชต. จะทำให้เข้าใจได้ว่า กลุ่มโจรใต้คงไม่ได้ซึมซับกับอัลกุรอ่าน ที่มุสลิมดีทั่วโลก ใช้เป็นแบบแผนในการดำรงชีวิตให้สงบ ไม่เบียดเบียนใคร และอิสลามได้เรียกร้องให้มนุษย์ทุกคน อยู่ด้วยกันฉันท์มิตร แม้จะมีความแตกต่างกันก็ตาม ดังปรากฏในคัมภีร์อัลกุรอาน ซูเราะฮ์ อัลหุจรอจญ์ โองการ 13 ความว่า
โอ้ มนุษย์ชาติทั้งหลาย แท้จริงข้าได้สร้างพวกเจ้าจากเพศชายและเพศหญิงและเราได้ให้พวกเจ้าแยกเป็นเผ่าพันธุ์และตระกูล เพื่อจะได้รู้จักกัน แท้จริงผู้มีเกียรติยิ่งในหมู่พวกเจ้า ณ อัลลอฮ์ นั้นคือผู้ที่มีความยำเกรงยิ่ง ในหมู่พวกเจ้า แท้จริงอัลลอฮ์ นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้อย่างละเอียด ถี่ถ้วน
โจรใต้เกลียดชังคนที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นศัตรูฝังอยู่ในจิตใจครั้งในอดีต ทำให้พวกเขาต้องฆ่าคนไม่เลือกเพื่อล้างแค้น ทั้งๆ ที่ อิสลามได้เรียกร้องให้มุสลิมสร้างความดี ทั้งที่ผู้อื่นเป็นผู้ผิด โดยหวังว่าสักวันหนึ่งศัตรูผู้ผิดจะกลายมาเป็นมิตร ดังปรากฏหลักฐานในอัลกุรอาน ซูเราะฮ์ ฟุซซิลัต โองการที่ 34 ความว่า
"ความดี และความชั่วนั้น หาเท่าเทียมกันไม่ เจ้าจงขับไล่(ความชั่ว)ด้วยสิ่งที่ดีกว่า และเมื่อนั้นผู้ที่ระหว่างเขาเคยเป็นอริกัน ก็จะกลับกลายเป็นเยี่ยงมิตรที่สนิทกัน"
ทั้งๆ ที่ ศาสดามุ่งที่จะละเว้นไม่ให้มีการเกลียดชังซึ่งกันและกัน และดำรงอยู่ในขันติธรรม โดยปฏิเสธความรุนแรงทุกรูปแบบ รวมทั้งการก่อการร้าย โดยอิสลามถือว่าการฆ่าคนเพียงคนเดียวเสมือนกับการฆ่าคนทั้งโลก ดังปรากฏในคัมภีร์อัลกุรอาน ซูเราฮ์ อัลมาอิดะฮ์ โองการที่ 22 ความว่า

"แท้จริงฆ่าชีวิตหนึ่ง โดยมิใช่เป็นการชดเชยอีกชีวิตหนึ่ง หรือมิใช่เรื่องจากการบ่อนทำลายในแผ่นดินแล้ว ก็ประหนึ่งว่าเขาได้ฆ่ามนุษย์ทั้งมวล"

โดย ฮาพีเซาะฮ
 

การลดความรุนแรงใน จชต. ความหวังของประชาชน

กระแสกดดันจากสังคมเพิ่มขึ้นเพราะความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ไม่ได้ลดระดับลงแม้แต่น้อย "การพูดคุยวันที่ 13 มิ.ย.ถือเป็นครั้งสำคัญที่จะชี้ทิศทางกระบวนการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็นที่มี นายฮัสซัน ตอยิบ เป็นแกนนำ หากไม่ได้ผลอาจจะหยุดคุยหรือจะเปลี่ยนแปลงวิธีการอย่างไร
          ประเด็นสำคัญที่สุดคือ "ลดความรุนแรง" ซึ่งทุกฝ่ายทุกเวทีเห็นตรงกัน และตรงกับผลสำรวจทัศนคติ หรือ "โพลล์" ของประชาชนชายแดนใต้ที่สรุปออกมาแล้วว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่ชาวบ้านอยากเห็นจากโต๊ะเจรจาคือ "ดำเนินการลดความรุนแรง" แต่ต้องถามกลับว่า ความรุนแรงมีสาเหตุมาจากใครเป็นผู้กระทำ ใครวางระเบิด ใครลั่นไกปืน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นที่ทราบกันว่าเกิดจากโจรใต้ทั้งนั้น แต่การอ้างว่าเพราะถูกกดขี่จากรัฐไทย ซึ่งก็ไม่ทราบว่า กดขี่เมื่อใด ในอดีต หรือ ปัจจุบัน ณ เวลานี้ จึงต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ให้ตายไปข้างหนึ่ง หรือเพียงเพราะเป้าหมาย ต้องการกดดันรัฐบาลไทยให้โอนอ่อนตามเงื่อนไข เพื่อแบ่งแยกแผ่นดินปัตตานี เท่านั้น แต่แลกด้วยชีวิตผู้บริสุทธิ์ สิ่งนี้ โจรใต้ยังไม่มีคำตอบ
           ที่สำคัญ สิ่งที่โจรใต้ควรตระหนักในการพูดคุยวันที่ 13 มิ.ย. ก็เพื่อลดเหตุรุนแรง ให้ได้ในช่วงเดือนรอมฎอน (ต้นเดือน ก.ค.ถึงต้นเดือน ส.ค.) หรือเดือนแห่งการถือศีลอดของพี่น้องมุสลิมปีนี้ ตามข้อเสนอของสมาพันธ์คณะกรรมการอิสลาม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องคอยติดตามดูว่ากลุ่มบีอาร์เอ็น จะตอบสนองหรือไม่ เพราะในช่วงเวลาสำคัญที่ประเสริฐที่สุดถูกกำหนดไว้ในอัลกุรอานจากอัลลอฮ์ ได้กำหนดให้การถือศีลอดเป็นฟัรฎูเหนือมุสลิม


โดย อับดุล

วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2556

โชคร้ายที่ถูกบังคับให้เป็นโจรใต้

เป็นการโชคร้ายมากเลย หากชาวปัตตานีจะถูกบังคับให้เข้าร่วมเป็นแนวร่วมโจรใต้ เพราะมันต่างจากคนที่เข้าร่วมด้วยความเต็มใจ เพราะเห็นๆ กันอยู่ว่าโจรใต้ โหดเหี้ยมเพียงใด ถ้าหากภายในจิตใจเราไม่ต้องการจะเป็นโจร แต่เป็นเพราะถูกบังคับ มันจะยิ่งย่ำแย่ไปกว่าคนที่เป็นโจรใต้ด้วยความสมัครใจ เพราะเขาคงจะต้องปฏิบัติการอย่างฝืนความรู้สึก ที่จะต้องออกไปก่อเหตุ เพื่อสร้างความสูญเสีย กับชีวิตผู้บริสุทธิ์ หรือสถานที่ย่านการค้าต่างๆ แต่หากไม่ทำตาม ก็คงจะหวาดหวั่น ว่าชีวิตจะตกอยู่ในสภาพอย่างไรบ้าง
สิ่งนี้เป็นเรื่องที่มีอยู่จริง ดังเช่น พล.ต.สำเร็จ ศรีหร่าย ผบ.พตท.กล่าวเมื่อ 29 มี.ค.ในงานเปิดแถลงข่าวการปฏิบัติการเชิงรุกในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ในส่วนของ อ.รามันเพื่อสลายแนวคิดและเครือข่ายการเคลื่อนไหวในพื้นที่ ว่า จากเหตุการณ์กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้เข้ามาข่มขู่ ประชาชนในพื้นที่ ต.กอตอตือระ อ.รามัน ด้วยการปลุกระดมให้ต่อต้าน เจ้าหน้าที่รัฐ และเรียกเก็บเงินจากประชาชนอ้างเป็นเป็นค่าใช้จ่ายให้กับสมาชิก และทำการฝึกแนวร่วมเพื่อเตรียมการก่อเหตุในพื้นที่ตลอดจนการดื่มน้ำสาบานเพื่อให้มีการจงรักภักดีและศรัทธาต่อกลุ่มก่อความไม่สงบ และมีประชาชนในพื้นที่ 36 คน ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการก่อความไม่สงบในพื้นที่แต่ถูกบังคับให้ให้ทำการสาบานตนเพื่อเป็นแนวร่วม ได้รวมตัวกันเพื่อมารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่
 
โดย อับดุล

โจรใต้ไร้มนุษยธรรมอย่างไม่น่าให้อภัย

ตามหลักการสู้รบที่ห้ามโจมตี พลเรือน วัตถุของพลเรือน เช่น บ้าน,รถยนต์ ฯลฯ สถานที่สิ่งอำนวยความสะดวกทางการแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์และอนุศาสนาจารย์ อากาศยานและยานพาหนะทางการแพทย์ เรือ ,โรงพยาบาล ผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บ และผู้รอดชีวิตจากเรืออัปปาง เชลยศึก แต่เมื่อได้ชื่อว่าโจรใต้แล้ว คนทั่วไปคงคิดได้ว่า พวกกลุ่มนี้มักปฏิบัติการอย่างไร้มนุษยธรรมอย่างหาที่เปรียบมิได้ เพราะโจรใต้ ไม่เคยเลือกเป้าหมาย ขอเพียงได้สร้างสถานการณ์ร้ายรายวันท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการฆ่า เด็ก พระ คนชรา พ่อค้าแม้ค้า ครู ทหาร หรือประชาชนทั่วๆ

เพราะเมื่อ 25 พ.ค. 56 โจรใต้ก็ได้ดักยิงรถพยายาลของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรยะลา ซึ่งกลับมาจากการลำเลียงผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่ อำเภอยะหา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยพร้อมผู้บาดเจ็บอยู่ในรถ แต่กลุ่มคนร้ายก็ยังเปิดฉากโจมตีจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว 6 คน เป็นเรื่องน่าเศร้าที่โจรใต้ ไม่มีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่ในจิตสำนึกอยู่เลย

โดย อามีน