วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

รุสนี สตรีผู้ยืนหยัดเคียงข้าง มะรอโซ


เหตุการณ์โจรใต้บุกฐานทหารที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส แล้วเสียชีวิต 16 ราย หนึ่งในนั้นคือมะรอโซ จันทราวดี สามีของรุสนี สามีคนดีของครอบครัว เพราะ เขาบอกเธอว่าเขาไม่ได้ทำผิดอะไร ตลอดเจ็ดปีที่อยู่ด้วยกัน มะรอโซก็ทำหน้าที่ของตัวเองต่อครอบครัวดีที่สุด เธอภูมิใจกับสามีอย่างมาก และการเสียชีวิตครั้งนี้เธอไม่เสียใจเลย มีคนถามว่า นายมะรอโซทำเพื่ออะไร? เธอตอบว่า ก็รู้ๆ กันอยู่แล้ว

ตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ว่า ปืน AK47 ที่มะรอโซใช้ก่อเหตุมาอย่างโชกโชนในพื้นที่ 5 อำเภอของปัตตานี โดยเป็นการก่อเหตุ 35 คดี ตั้งแต่ ปี 48 56 รวม 8 ปี ก่อนเสียชีวิตกับพวกนั้น มีหลักฐานว่ายิงครูชลธี พ่อพิมพ์ของชาติ เสียชีวิต เมื่อ 13 กพ. 56 นั่นแสดงให้เห็นว่า มะรอโซไม่ใช่เหยื่อของผู้ถูกกระทำจากภาครัฐแต่เขาน่าจะเป็นผู้กระทำซึ่งหากเขายังอยู่เขาจะทำให้ผู้บริสุทธิ์สูญเสียอีกมาก
แต่อย่างไรก็ตาม หลังการเสียชีวิตของมะรอโซ เรื่องของเขาได้ถูกบิดเบือนให้กลายเป็นเสมือนวีรบุรุษ ด้วยเหตุที่เขารอดชีวิตจากเหตุการณ์ตากใบ แล้วมีทัศนคติไม่ดีกับภาครัฐ แล้วกลายเป็นหัวหน้าโจรใต้ไปในที่สุด และตอนนี้ รุสนีกำลังสร้างกลุ่มเครือข่ายสตรีชื่อว่า “Wanita Patani” เพื่อทำงานเกี่ยวกับการช่วยเยียวยา และเยี่ยมเยียน ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม หวังว่าเธอจะให้คำแนะนำที่ดีๆ กับผู้คนเหล่านั้นว่า แม้เหตุการณ์ตากใบจะทำให้โกรธแค้นภาครัฐ แต่ในบางสถานการณ์ จนท.รัฐก็ถูกกดดันจากมวลชนและมีทางเลือกไม่มาก ดังนั้นไม่ควรแก้แค้นภาครัฐด้วยการกระทำกับผู้บริสุทธิ์ แต่ควรใช้ชีวิตอย่างสงบเพื่อวันหนึ่งทุกสิ่งจะดีกว่านี้ เพื่อไม่ให้มีชะตาชีวิตเหมือนมะรอโซ สามีของเธอ

โดยมีนา

ใครบอกโจรใต้ฆ่าคนโดยไม่คิด!!

โจรบางคนอาจฆ่าคนโดยไม่เลือกว่าเป็นใคร
โจรบางคนฆ่าโดยเลือกก่อนว่าจะฆ่าใครดี
โจรบางคนคิดก่อนว่าจะฆ่ากี่คนดีในการก่อเหตุหนึ่งครั้ง
โจรบางคนคิดก่อนว่าเมื่อฆ่าแล้วจะโยนความผิดให้จนท.อย่างไรดี
โจรบางคนคิดก่อนว่าจะฆ่าอย่างไรดีเพื่อให้ดูสะเทือนขวัญมากที่สุด
และนอกจากนั้น....
โจรบางคนคิดก่อนว่าจะฆ่าที่ใหนดี เช่นขณะขับรถ นั่งอยู่หน้าบ้าน อยู่หน้าร้าน
โจรบางคนคิดว่า รัฐจะใช้แนวทางสันติภาพ พวกเขาก็ยิ่งต่อต้านด้วยความรุนแรงเพิ่มขึ้น
โจรบางคนคิดว่า จะก่อเหตุรุนแรง คนตายเท่าไรไม่สนใจ จนกว่าจะได้รัฐปัตตานี
โจรบางคนคิดว่า จะสร้างแนวร่วมเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มการก่อเหตุรุนแรง ให้มีคนเสียชีวิตเพิ่มขึ้น
โจรบางคนคิดว่า  ยิ่งก่อเหตุรุนแรงเพิ่มขึ้น รัฐยิ่งเยียวยาภาคใต้เพิ่มมากขึ้น
ดังนั้น ใครที่คิดว่าโจรใต้ไม่มีความคิด ก็คงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่นะจ๊ะ


โดย ไลลา

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

โจรใต้ไม่เคยละหมาดเพื่อทำให้หัวใจบริสุทธิ์ปราศจากความชั่วร้าย

เป็นที่กังขาว่าโจรใต้ที่นิยมสร้างสถานการณ์รุนแรง ใน จชต. พวกเขาได้เคยทำการละหมาดต่อหน้าอัลลอฮ์ บ้างหรือไม่ ถ้าพวกเขาบอกว่าเคยละหมาดเป็นประจำ ก็เป็นที่น่าเศร้าใจว่า มันไม่ได้เปลี่ยนจิตใจที่โหดเหี้ยมไปสู่หัวใจที่สงบดีงามเลยแม้แต่น้อย แต่จากสถานการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า โดยไม่เลือกเป้าหมาย ผู้บริสุทธิ์ ก็น่าเชื่อว่าพวกเขาไม่เคยละหมาดอย่างแน่นอน เพียงแอบอ้างศาสนา หลักการจิฮาดเพื่อสนองความโหดเหี้ยมที่อยู่ภายในใจส่วนลึกของพวกเขาเสียมากกว่า (แต่มีมุสลิมบางกลุ่มแอบยกย่องโจรใต้เป็นนักรบฟาตอนี!!??)
แท้ที่จริงแล้วมุสลิมที่ดีไม่ละเลยการการละหมาดเพื่อทำให้มนุษย์ มีความสมบูรณ์และเข้มแข็งใน 7 ประการ ดังนี้

1. มีอัคลาค กริยามารยาทที่สมบูรณ์และสวยงาม...

2. มีอีมานที่มั่นคงแข็งแรง

3. มีความเชื่อมั่นยึดถือที่แน่วแน่

4. มีวินัยและความเป็นระเบียบในชีวิต

5. มีหัวใจที่บริสุทธ์สะอาด


6. ห่างไกลจากบาปกรรมความชั่วร้ายในรูปแบบต่างๆ ทุกชนิด

7. มีความเคร่งครัดในชารีอัตที่สมบูรณ์และเรียบร้อย

แต่หากการละหมาดที่ยังไม่สามารถก่อให้เกิดคุณลักษณะ

ดังกล่าวเหล่านี้ได้นั้น ก็แสดงว่าเป็นการละหมาดที่บกพร่อง

ขาดความสมบูรณ์และไร้มารยาทต่ออัลลอฮ์


โดย ไลลา

เมื่อไหร่มุสลิมหัวรุนแรงจะหมดไปจาก จชต.

โจรใต้ย่อมจะเห็น เพื่อนๆ ถูกจับคนแล้วคนเล่า บางคนต่อสู้กับ จนท.รัฐที่เข้าปิดล้อมจับกุม จนกระทั่งบาดเจ็บล้มตายก็มากแล้วใยพวกมุสลิมหัวรุนแรงบางกลุ่มใน จชต. ไม่เรียนรู้จากบทเรียนเหล่านี้บ้างเลยหรือตัวอย่างเมื่อวันที่ 7 ก.ค.56 จนท. ติดตามจับกุม นายฮารอน แวโดยี ผกร.ระดับ หน.กลุ่มในพื้นที่ อ.เมือง จ.ยะลา ในพื้นที่ ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และเมื่อ 9 ก.ค.56 ปิดล้อมตรวจค้นบ้านพัก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ของนายสุไลมาน เจ๊ะเต๊ะ ซึ่งเป็นครูสอนศาสนาโรงเรียนแห่งหนึ่ง และนายดุลเนีย แวหะมิ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญา จำนวน 2 หมาย

การริอาจเป็นโจรใต้ โดยอ้างว่าต่อสู้กับไทยเพื่อแผ่นดินปัตตานี แต่วิธีการอำมหิต สร้างสถานการณ์รุนแรง เข่นฆ่าเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ถือเป็นการก่อกรรมทำเข็ญ ผิดหลักศาสนาอย่างรุนแรง ที่มีข้อห้ามทำลายต่อเด็ก ผู้หญิง คนชรา นักบวช และผู้ที่มิได้ละเมิดต่อศาสนาอิสลาม เป็นต้น

แต่ดูเหมือน มุสลิมหัวรุนแรงบางกลุ่ม ไม่ใยดีกับสังคมรอบข้าง ที่ผู้คนส่วนใหญ่ต้องการความสงบ สันติ ทำมาหาเลี้ยงชีพเพื่อครอบครัว และเป็นคนดีของสังคม ดูเอาเถิด ทำไม จนท.รัฐ ยังคงเฝ้าล้อมปรามปรามมุสลิมบางกลุ่ม ที่หลบอยู่ในมุมมืดเพื่อเตรียมก่อเหตุ เพื่อสร้างความน่าสะพรึงกลัว แท้จริงแล้วพวกเขาไม่เคยสัมผัสคำสอนที่ประเสริฐยิ่งของอัลลอฮ์ หรือพวกเขาไม่มีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่เลย


โดย อามีน