วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ไทยให้ความเจริญก้าวหน้ากับผู้ยึดมั่นในความดีเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน

เป็นที่แน่ชัดว่าไทยนั้นไม่เคยกีดกันทางด้านเชื้อชาติแต่อย่างใด ในทางที่จะได้รับความก้าวหน้า ความเจริญในหน้าที่การงาน หรือการประกอบสัมมาชีพ ดังจะเห็นได้ว่า บรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองล้วนประกอบไปด้วยบุคคลหลายเชื้อชาติ ทั้ง ไทยพุทธ ไทยมุสลิม หรือแม้แต่ ไม่มีเชื้อสายไทยอยู่เลย
 
 

ทั้งที่ ไทย มีประชากร 70 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ มีมุสลิมประมาณ 5.5 ล้านคน ประกอบด้วยหลายเชื้อสาย กลุ่มหลักคือ สายมลายูมากเกือบ 3 ล้านคน อยู่ทางภาคใต้ตอนล่างและตอนกลาง ทั้งยังมีกว่าล้านคนในภาคกลาง อย่างกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีมุสลิมหนาแน่น ส่วนใหญ่เป็นมุสลิมเชื้อสายมลายู รองลงมาคือมุสลิมเชื้อสายไทยมีมากแถบอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท นอกจากนี้ ยังมีมุสลิม เชื้อสาย ปากีสถาน อินเดีย บังกลาเทศจีน เขมร น้อยสุดน่าจะเป็นอินโดนีเซีย

ที่เห็นอย่างไม่อาจปฏิเสธได้คือ บรรดานักการเมืองหรือในแวดวงราชการ การศึกษา อาทิ วันมูฮะหมัด นอร์มะทา อดีต ประธานสภาผู้แทนราษฎร ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน และที่สำคัญ รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน เป็นมุสลิมเชื้อสายอินโดนีเซียผสมจีน ได้เขียนนิตยสารเล่มหนึ่ง ภูมิใจว่าเป็นชนกลุ่มน้อยในชนกลุ่มน้อย และกล่าวอ้างกับต่างชาติอยู่บ่อยๆ ว่าประเทศไทยไม่มีการกีดกัน เรื่องเชื้อชาติ และศาสนา เพราะท่านรับราชการได้รับพระราชทานเครื่องราชระดับสูง ทั้งที่แทบไม่มีเชื้อสายไทยอยู่เลย ดังนั้นหากมีกลุ่มบุคคลใด จะบิดเบือนข้อเท็จจริงนี้ ก็ถือว่าเป็นบุคคลไม่หวังดีต่อไทยแน่นอน

โดย อาบี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น