สหรัฐเผชิญปัญหาการก่อการร้ายอีกครั้ง ด้วยพี่น้องชายวัยรุ่นมุสลิมชาว
ดาเกสถาน ได้ก่อเหตุวางระเบิดในการแข่งขันกรีฑาประจำปีบอสตัน มาราธอน เมื่อวันที่
15
เม.ย. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3
ศพ และบาดเจ็บอีกราว 180
ราย หลังจากนั้น ทาเมอร์ลันถูกยิงวิสามัญเสียชีวิตไป เมื่อวันที่
18
เม.ย. ขณะที่โชการ์บาดเจ็บสาหัสและอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่สหรัฐ
ทั้งสองได้เดินทางมาศึกษาและทำงานที่สหรัฐอเมริการมาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว
ทาเมอร์ลันผู้เป็นพี่ชายเป็นครูสอนป้องกันตัว และเป็นนักมวยสมัครเล่น ชอบเล่นเปียโน
และไวโอลิน ส่วนโชการ์ผู้เป็นน้อง เป็นเด็กเรียนดี เคยได้ทุนจากมหาวิทยาลัย แมสซาซูเสส
และไฝ่ฝันเป็นหมอเชี่ยวชาญด้านสมอง อย่างไรก็ตามทาเมอร์ลันเคยถูกทางการรัสเซียจับตาความเคลื่อนไหว
หลังจากกลับไปที่บ้านเกิดเป็นเวลาเกือบ 6 เดือน
ที่ดาเกสถานซึ่งมีกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงพักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ผู้ก่อการร้ายได้เปิดเผยว่า มีแรงจูงใจจาก “ศรัทธาอันแรงกล้าและรุนแรง”
ในศาสนา พร้อมกับยืนยันว่า
ไม่ได้ทำงานร่วมกับองค์กรก่อการร้ายแห่งใด
แม้ทั้งสองจะได้ใช้ชีวิตในอเมริกา
ดินแดนที่ให้โอกาสในการศึกษาและทำงานเฉกเช่นชาวอเมริกา
ที่สำคัญพวกเขาได้บัตรพลเมืองอเมริกันแล้วด้วย แต่เหตุไฉน
พวกเขาจึงไม่สำนักในบุญคุณในประเทศที่ให้โอกาสที่พวกเขาไม่เคยได้รับในแคว้นดาเกสถานนั้นเลย
การจะอ้างแรงจูงใจจากศาสนาก็ไม่น่าจะถูกต้อง
ในเมื่อพวกเขาอยู่ในดินแดนที่มีอิสรภาพทางความคิด มาเป็นเวลานานแล้ว
และเหตุการณ์นี้ชี้ได้ว่า การที่ไทยให้โอกาสในความเท่าเทียมของพี่น้องชาวไทยมุสลิม
ก็ใช่ว่าจะแก้ปัญหาใน จชต.ที่มีมาเป็นเวลานานได้ทั้งหมด
โดย อับดุล

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น